ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก Skip to main content

พื้นที่ให้บริการService Area

กรุงเทพมหานคร

อ้างอิงตามกฎหมายLegal Reference

  1. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546
  2. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553
  3. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560
  4. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552
  5. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ประกาศ ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
  6. ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์ พ.ศ. 2557 ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
  7. หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) และแนวทางการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานคร และการส่งเงินบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการ (e-Social Welfare)

เงื่อนไขการให้บริการService Conditions

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานคร
  3. มีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ณ สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือสถานที่ที่สำนักงานเขตกำหนด หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานเขต หรือกรุงเทพมหานครประกาศกำหนด
  4. เป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด
    ในระหว่างที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ ยังมิได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตาม ข้อ 4 ให้ใช้คุณสมบ้ติผู้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปพลางก่อน
    กรณีผู้สูงอายุซึ่งต้องขังหรือจำคุกอยู่ในเรือนจำ ทัณฑสถาน หรือสถานที่คุมขังของกรมราชทัณฑ์ ให้มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน หรือเจ้าหน้าที่ที่ผู้บัญชาการเรือนจำมอบหมาย ยืนยันสิทธิ ณ สำนักงานเขตที่มีขื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
    กรณีที่ผู้สูงอายุซึ่งได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่สำนักงานเขตอื่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ให้ผู้สูงอายุนั้นยืนยันสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อสำนักงานเขตแห่งใหม่ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านโดยให้สำนักงานเขตเดิมซึ่งได้จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแจ้งไปยังสำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นภูมิลำเนาแห่งใหม่ของผู้สูงอายุ
  5. ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ (ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548)

ขั้นตอนการดำเนินการProcess Steps

  • ระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วันทำการ
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนแล้วดำเนินการ
  • กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกความบกพร่อง ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

เอกสารที่ต้องใช้Required Documents

  1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) การลงทะเบียนหรือการรับเงินแทนผู้สูงอายุ ฉบับจริงและสำเนาจำนวน 1 ฉบับ
  2. หนังสือมอบอำนาจการยืนยันสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (กรณีมอบอำนาจ) ยืนยันสิทธิแทนผู้สูงอายุ ฉบับจริงและสำเนาจำนวน 1 ฉบับ
  3. หนังสือมอบอำนาจการรับเงิน (กรณีมอบอำนาจ) การรับเงินแทนผู้สูงอายุ ฉบับจริงและสำเนาจำนวน 1 ฉบับ
  4. แบบยืนยันสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน 1 ฉบับ
  5. หน้าสมุดบัญชีธนาคาร (กรณีรับเงินผ่านธนาคาร) ฉบับจริง พร้อมสำเนาจำนวน 1 ฉบับ

ช่องทางการให้บริการService Channels

  1. ติดต่อด้วยตนเอง ที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขต 50 เขต ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) เวลา 08:00 - 16:00 น. (มีพักเที่ยง)
    หมายเหตุ: โดยจะเปิดการยืนยันสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่เดือนมกราคา - เดือนธันวาคม ของทุกปี
  2. ผ่านระบบ BMA OSS ออนไลน์

ค่าธรรมเนียมFees

ไม่มีค่าธรรมเนียม

หมายเหตุRemarks

การกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามเงื่อนไขการให้บริการ ข้อ 4 ในระหว่างที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติยังมิได้มีการกำหนดคุณสมบัติ ให้ใช้คุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไปพลางก่อน ตามหมวด 1 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพ ข้อ 6 (4) ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ได้รับเงินเดือนค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548
กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกตังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558

อัตราการจ่ายเงินเบี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีอายุ 60 - 69 ปี เดือนละ 600.- บาท
  • ผู้ที่มีอายุ 70 - 79 ปี เดือนละ 700.- บาท
  • ผู้ที่มีอายุ 80 - 89 ปี เดือนละ 800.- บาท
  • ผู้ที่มีอายุ 90 ปีขึ้นไป เดือนละ 1,000.- บาท
หรืออัตราตามมติคณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด